บริการด้านอาหาร: อาหารที่คนเป็นริดสีดวงควรทาน อยากหายเร็ว ห้ามพลาด

บริการด้านอาหาร: อาหารที่คนเป็นริดสีดวงควรทาน อยากหายเร็ว ห้ามพลาด เป็นโรคที่ใครก็รังเกียจและไม่อยากให้ย่างกรายเข้ามาในชีวิตกันเลยทีเดียว สำหรับโรค “ริดสีดวง” ที่สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาท้องผูกขึ้น เจ้าก้อนริดสีดวงนี้ก็จะออกมารับอากาศภายนอก สร้างความปวดหัวให้กับผู้ป่วยได้ระดับหนึ่งเลย ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะวัยทำงานที่ไม่ค่อยได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ และต้องนั่งอยู่กับที่เป็นประจำ เพราะฉะนั้น นี่คือ 5 อาหารที่คนเป็นริดสีดวงควรทาน ถ้าอยากหายเร็วที่สุด นอกจากการทายาเพียงอย่างเดียว

1.น้ำเปล่า

มาเป็นอันดับ 1 เลย เพราะผู้ที่มีอาการท้องผูกนั้น ส่วนมากมักจะเกิดจากการขาดน้ำ จึงทำให้อุจจาระมีความแข็งจนไม่สามารถเบ่งออกมาได้ หากไม่อยากเป็นโรคริดสีดวงอีก ก็ควรดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว ซึ่งน้ำจะช่วยเข้าไปทำให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น อุจจาระก็จะมีความนิ่มลงจนสามารถถ่ายได้อย่างปกติ

2.โยเกิร์ต

ถ้าต้องการหาตัวช่วยเรื่องขับถ่าย ก็คงมีโยเกิร์ตติดอยู่ในอันดับแรก ๆ เนื่องจากโยเกิร์ตนั้นมีแบคทีเรียแลคโตบาซิลัสที่ดีต่อลำไส้เป็นอย่างมาก โดยแบคทีเรียชนิดนี้จะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดีขึ้น และทำให้เรารู้สึกปวดท้องได้ง่ายกว่าเดิม โดยไม่ต้องพึ่งยาระบายใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายหรือมีผลข้างเคียงต่อร่างกายในระยะยาวเลย

3.ผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า กากใยของผักหรือผลไม้ ที่เรารู้จักกันดีในนาม “ไฟเบอร์” นั้น ช่วยในการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี เพราะจะทำให้อุจจาระไม่แข็งตัว แม้จะถูกดูดซึมน้ำกลับไปบ้างก็ตาม และยังช่วยให้สามารถอุจจาระได้บ่อยขึ้น หากมีการดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ ร่วมอยู่ด้วย จากผลการวิจัยของแพทย์พบว่า ปัจจัยหลักที่มีผลให้เกิดโรคริดสีดวง ก็คือไม่ยอมทานผักและผลไม้นั่นเอง

4.ถั่วทุกชนิด

แต่ถ้าหากไม่สามารถทนต่อความขมและกลิ่นของผักได้จริง ๆ ก็ขอแนะนำให้ทานถั่วทดแทน ไม่ว่าจะเป็นถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือ ถั่วอัลมอนด์ ต่างก็มีไฟเบอร์ไม่ต่างกับผักและผลไม้ แต่ที่เพิ่มเติมคือมีทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

5.มะละกอ

ปิดท้ายกันที่มะละกอ ผลไม้อันดับ 1 ของผู้ที่มีปัญหาโรคท้องผูก เพราะมะละกอนั้นมีไฟเบอร์สูงมาก และยังมีเอนไซม์ที่ชื่อ Papain ที่ช่วยย่อยอาหาร โดยเฉพาะเศษอาหารเก่า ๆ ที่เข้าไปขวางการทำงานของลำไส้ จนเป็นเหตุให้เกิดปัญหาท้องผูกขึ้น หากสามารถทานมะละกอได้ทุกวัน จะช่วยรักษาอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี